posted on 08 May 2010 11:56 by whymewhynot
ผมเป็นคนกรุงเทพฯโดยกำเนิด เคยโดยสารเรือด่วนคลองแสนแสบตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว จนเดี๋ยวนี้ก็ยังใช้บริการอยู่บ้างเป็นครั้งคราว ตลอดระยะเวลา 10 ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา รูปทรง รูปร่างของเรือ ยังคงเป็นดั่งเมื่อ 10 ปีที่แล้ว จะมีดีหน่อยก็ตรงที่ คนเก็บตั๋วสวมหมวกกันน็อคถูก ๆ เพิ่มขึ้นมาด้วย เอาไว้กันหัวชนกันเองก็คงพอจะได้ แต่ถ้าจะให้กันกระแทกขณะเรือวิ่งเร็ว ๆ เห็นทีว่าทั้งหมวกและหัวจะแตกไปพร้อม ๆ กันเป็นแน่แท้
แต่ช่างเรื่องของหมวกกันน็อคเถอะครับ ที่ผมจะพูดถึงในวันนี้ก็คือ เรื่องของน้ำกระเซ็นจากการที่เรือแล่นเร็วมาก ๆ คุณ ๆ ที่เคยนั่งเรือด่วนคลองแสนแสบ โดยเฉพาะแถวที่ติด ๆ กับกราบเรือทั้งสองข้าง คงจะเคยโดนน้ำจากคลองแสนแสบกระเซ็นใส่กันมาบ้างแล้วใช่มั๊ยครับ บางคนก็โดนหัว โดนผม เพราะเวลานั่งลงแล้ว ก็ก้มหน้าก้มตา เพื่อให้ส่วนกระหม่อมรับน้ำแทนใบหน้า ส่วนบางคนก็โดนใบหน้า เพราะไม่คาดคิดว่าน้ำจะกระเด็นโดน โดยเฉพาะมือใหม่หัดนั่งบางคน น้ำอาจจะกระเด็นเข้าตา เข้าปาก เสี่ยงกับการติดเชื้อ พอ ๆ กับหยอดตาด้วยน้ำมหาบำบัดของป้าเช็ง
บางคนลืมตัวมัวแต่คุย เรือแล่นสวนกันที น้ำกระเด็นเข้าปาก บางเที่ยวเรือว่าง คนดึงผ้าใบกั้นไม่มี ก็ต้องเอื้อมมือไปดึงเชือกเอง ลำบาก แต่ก็ดีกว่าโดนน้ำคลองแสนแสบ และนี่ก็คือปัญหาหลักของคนโดยสารเรือด่วน
จริง ๆ แล้วผมอยากเสนอแนวทางแก้ไข คือทำให้คลองมันใสสะอาด จะได้ไม่ต้องกลัวว่าน้ำมันจะกระเด็นมาโดน ถ้าโดนสิดี ชื่นใจ แต่ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ล่ะมั้ง ต่อให้ดูดน้ำจนหมดคลอง ลอกหน้าดินไปถมที่ แล้วเอาน้ำสะอาดใหม่มาใส่ อีก 1 เดือน ก็คงจะเน่าเหมือนเดิม
ทีนี้ถ้าแก้เรื่องนี้ไม่ได้ ก็คงต้องแก้เรื่องอื่น เรื่องง่าย ๆ ที่ผมคิดออกในตอนนี้ ก็คือ ทำไมเราต้องหันหน้าด้วยล่ะ ทำไมไม่นั่งหันหลัง อย่างน้อย ๆ มันก็จะได้ไม่กระเด็นเข้าหน้าเข้าปาก เปื้อนหลัง เปื้อนผม ยังดีกว่าเปื้อนหน้า เข้าตา เข้าปาก คุณว่ามั๊ยล่ะครับ
ก็อยากให้บริษัทครอบครัวขนส่ง ปรับเปลี่ยนที่นั่งให้คนนั่งหันหลัง (แต่ผ้าใบกั้นก็ต้องมีนะ ขาดไม่ได้) แล้วก็มีระบบประกาศเพื่อแจ้งว่า ท่าต่อไปท่าอะไร คนที่เค้าไม่คุ้นทางจะได้เบาใจ ไม่ต้องคอยดูว่าถึงไหนแล้ว ทีนี้ก็จะได้นั่งอย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวน้ำกระเด็นเข้าหน้าอีกต่อไป
posted on 22 Mar 2009 23:41 by whymewhynot
สิ่งหนึ่งที่ผมเบื่อเวลาต้องมาจัดการกับรูปที่ถ่ายมาก็คือ การต้องคอยมานั่งกลับรูปแนวตั้ง ให้เป็นแนวตั้ง เพราะเวลาที่เราโหลดรูปลงคอมพ์ รูปทุกรูปก็จะจัดอยู่ในแนวนอนหมด ดังนั้นเราจึงต้องมีหน้าที่มา Rotate รูปให้เป็นแนวตั้งอีกครั้งเวลาดูรูป จะได้ไม่ต้องตะแคงคอมอง
ซึ่งถ้าทำแค่ไม่กี่รูปก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าทำเยอะ ๆ ก็คงเซ็ง หรือถึงแม้เราจะใช้โปรแกรมจัดการภาพที่สามารถกลับรูปได้ทีละเยอะ ๆ โดยคลิ๊กแค่ไม่กี่คำสั่ง แต่เราก็ต้องทำอย่างน้อย ๆ สองครั้ง เพราะบางครั้งรูปก็กลับซ้ายบ้าง ขวาบ้าง บางคนหนักกว่านั้น ถ่ายรูปกลับหัวก็มี เพราะสถานการณ์มันบังคับให้ต้องกลับหัวถ่าย และก็ต้องมาเลือกรูปเองอีกด้วย ถ้ามีเยอะก็แย่ล่ะครับ
ดังนั้น มันจะดีกว่าไหม ถ้ารูปของเราทุกรูปมันจะรู้ตัวเองว่า มันจะต้องกลับรูปบนตัวมันเองอย่างไร เจ้าของภาพจะได้สบายขึ้น มีเวลาไปแต่งสี แต่งอย่างอื่นเพิ่ม ผมว่า หลาย ๆ คน โดยเฉพาะช่างภาพคงจะคิดแบบผมแน่ ๆ
ซึ่งด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ที่มือถือต่างก็มี Motion Sensor ที่ใช้จับว่า ขณะนี้ตัวเครื่องหมุนซ้าย หรือ หมุนขวา แล้วก็กลับภาพให้ดูโดยอัตโนมัติ ถ้าผู้ผลิตกล้องนำเซนเซอร์ตัวนี้มาใช้ ก็สามารถบันทึกได้ว่า รูปที่ถ่ายนั้น กลับทางซ้าย หรือขวา หรือว่ากลับหัว พอโหลดเข้ามาในคอมพ์ปุ๊บ ก็ใช้ข้อมูลนั้นกลับภาพให้เราโดยอัตโนมัติ เท่านี้ช่างภาพทั้งหลาย ก็ไม่ต้องมาคอยกลับรูปเองให้เสียเวลาแล้วล่ะ ก็หวังว่าอนาคตอันใกล้นี้ กล้องถ่ายภาพจะมีฟีเจอร์นี้ให้ใช้กันนะครับ
posted on 11 Mar 2009 12:54 by whymewhynot
ปกติผมไม่ค่อยได้ซื้อล็อตเตอรี่ หรือสลากกินแบ่งรัฐบาลหรอกครับ ไม่ใช่เพราะว่าไม่ชอบการเสี่ยงโชค แต่เป็นเพราะว่า รับไม่ได้กับราคาขายที่แพงเกินจริงอย่างมหาโหดหิน ราคาคู่ละ 100 แพงมา 20 บาท ผมว่ามันเกินไป และเราก็ทำอะไรไม่ได้มากด้วย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องปัญหาที่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมควบคุมดูแล ดังนั้นเมื่อทำอะไรไม่ได้ ก็อย่าไปซื้อมันเลย เล่นหวยใต้ดินแม่มไปเลยดีกว่า (อ้าวววว)
แต่ที่เขียนเรื่องล็อตเตอรี่ในวันนี้ ก็เพราะว่าเกิดผุดไอเดียขึ้นมาว่า คงจะดีไม่น้อย ถ้ามีรางวัลโชคชั้นที่สองให้กับบรรดาลูกค้า ผู้มีอุปการะคุณของแผง ที่สามารถให้ลูกค้านำสลากฯ ที่โดนกิน มาจับรางวัลชิงโชคครั้งที่สองกับทางร้านเอง เพื่อสร้างจุดขายทำให้ลูกค้าอยากมาซื้อล็อตเตอรี่กับร้านเรา เพราะยังมีโชคให้ลุ้นเป็นก๊อกที่สองอีก
โดยอาจจะจับรางวัลเป็นรายเดือน หรือ รายปักษ์ตามกองสลากฯไปเลยก็ได้ ของรางวัลก็อาจจะลดหลั่นกันไป ซึ่งก็คงจะไม่ทำให้ร้านกระเป๋าฉีกหรอก เพราะฟันกำไรไปตั้งคู่ละ 20 บาทแล้ว ก็คืนกำไรให้ลูกค้าอีกหน่อย แต่ได้ลูกค้าเพิ่ม
แต่ ..... การกระทำแบบนี้จะผิดกฏหมายหรือไม่ กรุณาปรึกษาทนายความของท่านก่อนนะครับ เดี๋ยวโดนจับแล้วจะหาว่าไม่เตือน
แต่ ..... ขนาดโก่งราคาสลากซะสูงขนาดนั้น ยังไม่โดนจับเลย เรื่องแค่นี้คงไม่ต้องกลัวก็ได้มั้งครับ